Last updated: 28 เม.ย 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
การแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็นในอดีต ยังไม่มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับ ผู้คนใช้แว่นตาเท่าที่หาได้ และเลือกคู่ที่มองเห็นได้ชัดที่สุดเท่านั้น แม้ต่อมาแว่นตาจะเริ่มหาซื้อได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ผลิตเฉพาะบุคคล จากจุดเริ่มต้นนี้เอง วิชาชีพทัศนมาตร (Optometry) จึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้น จากช่างแว่นตา (Opticians) ที่ไม่ต้องการเพียงแค่ตัดแว่นตา แต่ยังต้องการมีบทบาทในการตรวจสายตา และสั่งจ่ายเลนส์แว่นตาอย่างเหมาะสม จึงเกิดเป็นอาชีพ นักทัศนมาตร (Optometrist) ขึ้นมา
บทความนี้จะพาผู้อ่านไล่เรียงไทม์ไลน์ของ วิชาชีพทัศนมาตร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในอดีต การเติบโต และบทบาท ด้านการดูแลสายตาในปัจจุบัน
การประดิษฐ์แว่นตาและองค์ความรู้ทางทัศนศาสตร์ยุคแรก

หินอ่านหนังสือ Reading Stones (ประมาณ ค.ศ. 1000) พระสงฆ์ในยุโรปใช้หิน Quartz ไปวางบนตัวอักษร เพื่อขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ไขอาการสายตายาวตามวัย (Presbyopia)
แว่นตาแรกของโลก (ประมาณ ค.ศ. 1286 - 1300) แว่นตาที่สามารถสวมใส่ได้ชิ้นแรกของโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานของ ซัลวิโน ดีอาร์มาเต (Salvino D'Armate) หรือ อเลสซานโดร เดลลา สปินา (Alessandro della Spina) ชาวอิตาลี เป็นเลนส์นูนสองชิ้น ติดอยู่ในกรอบที่สามารถถือไว้หน้าดวงตาหรือวางพาดบนจมูกได้
โยฮันเนส เคปเลอร์ (ประมาณ ค.ศ. 1604) นักดาราศาสตร์ ได้อธิบายไว้ว่าจอประสาทตา (Retina) คือตำแหน่งที่เกิดภาพ และเลนส์เว้าสามารถช่วยแก้ไขสายตาสั้น (myopia) ได้

เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin, 1706-1790) ประดิษฐ์เลนส์สองชั้น (Bifocal lenses) ในช่วงกลางทศวรรษ 1780 ช่วยให้สามารถแก้ไขการมองเห็นได้ทั้งระยะไกล และระยะใกล้ ในแว่นเดียว
โทมัส ยัง (Thomas Young, 1773-1829) อธิบายสาเหตุของสายตาเอียง (Astigmatism) การปรับโฟกัสของตา (Accommodation) และการมองเห็นสี (ทฤษฎี Young-Helmholtz)

ฟรานซิสคัส ดอนเดอร์ส (Fransiscus Donders, 1818-1889) จักษุแพทย์ชาวดัตช์ นิยามความผิดปกติของสายตา เช่น สายตายาว (Hyperopia), สายตาสั้น และสายตาเอียง พร้อมทั้งวางรากฐานแนวคิดเรื่องการปรับโฟกัส (Accommodation) และการรวมสายตา (Convergence)
การกำเนิดและการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพทัศนมาตรศาสตร์

ปี ค.ศ. 1872 มีการก่อตั้ง Illinois College of Optometry เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา วิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์ หลักสูตรเน้นการสอนดูแลสายตา ให้แก่บุคลากรที่ไม่ได้เป็นแพทย์
ปี ค.ศ. 1895 Charles F. Prentice ช่างแว่นตาในนิวยอร์ค ที่มีความรู้ทางด้านทัศนมาตร ได้เรียกเก็บค่าบริการตรวจสายตาจากคนไข้ ทำให้จักษุแพทย์ในยุคนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยจักษุแพทย์มองว่าเป็นการละเมิดการประกอบวิชาชีพของแพทย์
เหตุการณ์นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามผลักดันกฎหมายวิชาชีพทัศนมาตร โดย Prentice ได้เขียนบทความอธิบายเหตุผล และยืนยันว่า “การประกอบแว่นตาเป็นการจัดการกับแสง ไม่ใช่โรค จึงไม่ละเมิดขอบเขตของเวชกรรม”

Charles F. Prentice ไม่เพียงแค่เป็นช่างแว่นตาธรรมดา แต่ได้รับการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรม ฟิสิกส์ และ วิศวกรรมจากเยอรมนี ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านการหักเหของแสง (Refraction) และมองว่าทัศนมาตรศาสตร์ คือ การประเมินสุขภาพตาที่จริงจังกว่าช่างแว่นตาที่แค่ทำแว่นตามใบสั่ง แต่ไม่ใช่การรักษาโรค ดังนั้นจึงไม่ควรถูกควบคุมเหมือนวิชาชีพแพทย์
การต่อสู้ของ Prentice มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนสถานะของ นักทัศนมาตร จากการเป็น "คนขายแว่น" มาเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการมองเห็น" ที่มีกฎหมายรองรับ ในปี ค.ศ. 1898 มีการจัดตั้งสมาคมวิชาชีพ American Optometric Association (AOA) เพื่อพัฒนาวิชาชีพ และปกป้องสิทธิของสมาชิก
ปี ค.ศ. 1901 กฎหมายวิชาชีพทัศนมาตร ประกาศใช้ครั้งแรกในรัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา และในปี ค.ศ.1903 รัฐอิลลินอยส์ ประกาศกฎหมายวิชาชีพทัศนมาตร โดยมีคำตัดสินว่า “การขายแว่นตาและการแก้ไขความบกพร่องทางการมองเห็นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการแพทย์ หรือ ศัลยกรรม” และหลังจากนั้นรัฐอื่น ๆ ก็ทยอยออกฎหมายรองรับวิชาชีพทัศนมาตรตามมา โดยเขตสุดท้ายที่ออกกฎหมาย คือเขตโคลัมเบีย ในปี ค.ศ. 1924
จากงานช่าง สู่วิชาชีพทัศนมาตร
ช่วง 20 ปีแรก (ค.ศ.1924-1968) หลังจากที่มีกฎหมายรองรับวิชาชีพทัศนมาตรทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา เป็นช่วงเวลาของการวางรากฐาน และกำหนดขอบเขตของวิชาชีพ มีการถกเถียงประเด็นจริยธรรมวิชาชีพที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “บริการทางสุขภาพ” และ “ธุรกิจ”
โดยรัฐต่าง ๆ ได้ออกกฎหมายมาเพื่อจัดการปัญหาด้านจริยธรรมวิชาชีพ เช่น ในปี 1937 รัฐมิชิแกนได้แก้ไขกฎหมาย ประกาศห้ามการเดินเคาะประตูขายบริการตรวจตา และ ห้ามการโฆษณาราคาสำหรับแว่นตา และบริการทางทัศนมาตร ซึ่งมาตรการเหล่านี้ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ
ไม่เพียงแค่วัดแว่นตา แต่ดูแลสายตาอย่างครบวงจร
ในปี ค.ศ. 1982 American Optometric Association ได้จัดตั้งคณะกรรมการ และกำหนดนิยามใหม่ของ นักทัศนมาตร อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า “นักทัศนมาตรคือผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่สามารถป้องกัน วินิจฉัย รักษา และดูแลโรคและความผิดปกติของระบบการมองเห็น ดวงตา และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถตรวจพบโรคทางระบบของร่างกาย ที่มีความสัมพันธ์กับดวงตา และการมองเห็นได้”
ด้วยการมีสภาวิชาชีพที่แข็งแรง พร้อมกับความร่วมมือของนักทัศนมาตรในสหรัฐอเมริกา ช่วยกันผลักดัน และพัฒนาการศึกษาด้านทัศนมาตรศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บทบาทของนักทัศนมาตรขยายขอบเขตกว่าการเป็นเพียง ผู้จ่ายเลนส์เหมือนในอดีต
กว่า 125 ปี นับจากกฎหมายรองรับวิชาชีพฉบับแรก ปัจจุบันมีนักทัศนมาตรในสหรัฐอเมริกา มากกว่า 4 หมื่นคน โดยมีหน้าที่ สั่งจ่ายเลนส์แว่นตา คอนแทคเลนส์ และยา การฟื้นฟูการมองเห็นสำหรับผู้ที่มีสายตาเลือนราง (low vision) การฝึกการมองเห็น (vision therapy) รวมถึงการทำหัตถการบางประเภท
จุดเริ่มต้นของวิชาชีพทัศนมาตรในประเทศไทย
หลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต ในประเทศไทย ก่อตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ.2544 โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับมหาวิทยาลัยอินเดียน่า (Indiana University School of Optometry) ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการส่งอาจารย์มาสอน และให้คำปรึกษาในด้านการบริหารหลักสูตร
ปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ก่อตั้ง คณะทัศนมาตรศาสตร์ และตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เปิดหลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์บัณฑิต ในปี พ.ศ. 2555 อยู่ภายใต้การดูแลของคณะสหเวชศาสตร์

บทบาทหน้าที่ของนักทัศนมาตรในประเทศไทย
อ้างอิงตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2546) เรื่อง การอนุญาตให้บุคคลทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ โดยนิยาม ความหมายของ ทัศนมาตร ไว้ว่า
ข้อที่ 1 “ ทัศนมาตร หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะเกี่ยวกับสายตาของมนุษย์ ได้แก่ การวัด การวินิจฉัยความผิดปกติของการมองเห็นโดยใช้เครื่องมือที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด และแก้ไขฟื้นฟูความผิดปกติของการมองเห็นโดยกรรมวิธีการใช้แว่นตา เลนส์สัมผัส และการฝึกการบริหารกล้ามเนื้อตา โดยไม่รวมถึงการแก้ไขความผิดปกติเนื่องจากระบบประสาทตาหรือโรคทางตาที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของการหักเหของแสง และไม่รวมถึงการแก้ไขความผิดปกติโดยการใช้ยาหรือการผ่าตัด และไม่รวมถึงการใช้เลเซอร์ชนิดต่าง ๆ ด้วย ”
ข้อที่ 2 คุณสมบัติของบุคคลที่จะขอหนังสืออนุญาตทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ คือ
2.1 เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
2.2 เป็นบุคคลที่มีความรู้ในวิชาชีพโดยได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาทัศนมาตรศาสตร์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะรับรอง
2.3 เป็นบุคคลที่ผ่านการสอบความรู้จากคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะแล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะประกาศกำหนด
นักทัศนมาตรในประเทศไทย มีหน้าที่ดังนี้
องค์การอนามัยโลก WHO แนะนำ อัตราส่วนของนักทัศนมาตร ไว้ดังนี้ คือประเทศที่กำลังพัฒนา อยู่ที่ 1 คนต่อประชากร 50,000 คน และประเทศพัฒนาแล้ว แนะนำอัตราส่วนที่ 1 คนต่อประชากร 10,000 คน
ประเทศไทยมีประชากร 65 ล้านคน จึงควรมีนักทัศนมาตรไม่ต่ำกว่า 1,300 คน แต่ปัจจุบัน (ปีพ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีนักทัศนมาตร ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ จำนวนไม่ถึง 1,000 คน
การดูแลสุขภาพดวงตาของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างนักทัศนมาตร ที่ทำหน้าที่ คัดกรอง ตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด และส่งต่อเคสที่มีความผิดปกติ ให้แก่จักษุแพทย์ เพื่อทำการรักษาโรคตาได้อย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับบทบาทของช่างแว่นตา ที่ต้องดูแลการประกอบเลนส์ให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อมอบการมองเห็นที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน
เรียบเรียงโดย โย จุฬารัตน์ O.D. (Doctor of Optometry)
นักทัศนมาตร ประจำร้านแว่นตา กู๊ด วิชั่น
GOOD VISION การันตีคุณภาพ ตรวจโดยนักทัศนมาตร 100% ตลอดเวลาทำการ
พร้อมดูแลแก้ปัญหาสายตาอย่างตรงจุดทั้ง 2 สาขา
• สาขาลำพูน ( เข้าซอยเจริญราษฎร์ 13 ก่อนถึงแยกประตูป่า ) โทร. 090-3282445
• สาขาเชียงใหม่ ( โครงการซีพาร์ค ติดถนนใหญ่ ตรงข้ามโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ) โทร. 092-4959444
References:
History of the American Optometric Association. (1896). https://www.aoa.org/archives/
What’s a doctor of optometry? (n.d.). AOA. https://www.aoa.org/healthy-eyes/whats-a-doctor-of-optometry
Elliott, D. B., & Handley, N. (2015). A historical review of optometry research and its publication: are optometry journals finally catching up? Ophthalmic and Physiological Optics, 35(3), 245–251. https://doi.org/10.1111/opo.12211
Client challenge. (n.d.-b). https://www.scribd.com/document/883747380/The-History-of-Optometry-is-a-Fascinating-Journey-That-Traces-Humanity
View of Optometrist: the missing profession in Thai vision care services. (n.d.). https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CMMJ-MedCMJ/article/view/91204/179077
By Bill Kekevian, Senior Editor. (2016, July 21). Legalizing optometry. Review of Optometry. https://www.reviewofoptometry.com/article/legalizing-optometry#footnotes
The Profession of Optometry | UMSL. (n.d.). University of Missouri - St. Louis - All Rights Reserved. https://www.umsl.edu/divisions/optometry/about-us/profession.html
ผู้ดูแลระบบ. (n.d.). ประวัติความเป็นมา. Faculty of Optometry. http://www.opto.ru.ac.th/index.php/th/about-us-th/history-th
23 มิ.ย. 2568
30 เม.ย 2565
30 มิ.ย. 2568
30 พ.ค. 2565